กาพย์
คือคำประพันธ์ชนิดหนึ่งซึ่งมีกำหนดคณะ พยางค์ และสัมผัส มีลักษณะคล้ายกับ
ฉันท์ แต่ไม่นิยม ครุ ลหุ เหมือนกับในฉันท์ " กาพย์ "
แปลตามรูปศัพท์ว่า เหล่ากอแห่งกวี หรือ ประกอบด้วยคุณแห่งกวี หรือ
คำที่กวีได้ร้อยกรองเอาไว้ กาพย์ มาจากคำว่า กาวฺย หรือ กาพฺย มาจากคำว่า
" กวี " กวีออกมาจากคำเดิมในภาษาบาลีและสันกฤต "
กวิ " แปลว่า ผู้คงแก่เรียน , ผู้เฉลียวฉลาด , ผู้มีปัญญาเปรื่องปราด
, ผู้ประพันธ์กาพย์กลอน และแปลอย่าอื่นได้อีก
คำว่า "
กวิ " หรือ " กวี " มาจากรากศัพท์เดิมคือ "
กุธาตุ " ซึ่งแปลว่าเสียง , ทําให้เกิดเสียง , ร้อง , ร้องระงม
, คราง , ร้องเสียงเหมือนนก หรือ เสียงแมลงผึ้ง กาพย์ ตามความหมายเดิมมีความหมายกว้างกว่าที่เข้าใจกันในภาษาไทย
คือบรรดาบทนิพนธ์กวีได้ร้อยกรองขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โคลง ฉันท์ กาพย์
หรือ ร่าย นับว่าเป็นกาพย์ทั้งนั้น แต่ในไทยเราความหมายแคบกว่า คือ
หมายถึงคำประพันธ์ชนิดหนึ่งของกวีเท่านั้น
กาพย์มีลักษณะผิดกับกลอนธรรมดาคือ
 |
วางคณะ , พยางค์ , และสัมผัสคล้ายฉันท์ |
 |
สามารถแต่งปนกับฉันท์ได้ และคงเรียกว่า "คำฉันท์"
เหมือนกัน กาพย์ที่นิยมเขียนกันอยู่ในไทยมีอยู่ ๕ ชนิด คือ |
| |
 |
กาพย์ยานี ๑๑ |
( อ่านรายละเอียด ) |
 |
กาพย์ฉบัง ๑๖ |
( อ่านรายละเอียด ) |
 |
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ |
( อ่านรายละเอียด ) |
| |
กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒ |
( อ่านรายละเอียด ) |
 |
กาพย์ห่อโคลง |
( อ่านรายละเอียด ) |
 |
กาพย์ขับไม้ห่อโคลง |
( อ่านรายละเอียด ) |
|
กาพย์
๓ ชนิดข้างต้น ( ๑ , ๒ , ๓ ) ใช้เทียบเคียงแต่งปนกับฉันท์ได้ และเพราะเหตุที่มีลักษณะคล้ายกันกับฉันท์และสามารถแต่ปนกับฉันท์ได้
จึงเรียกว่าคำฉันท์ด้วย