.: หน้าหลัก :.
.: โคลง :.
.: ฉันท์ :.
.: กาพย์ :.
.: กลอน :.
.: ร่าย :.
.: ลิลิต :.
ลิลิต
         ลิลิต คือกวีนิพนธ์ที่มีเนื้อเรื่องยาว ๆ ซึ่งจะแต่งเป็นร่าย และ โคลง สลับกันไป ทั้งร่ายและโคลงเหล่านั้นจะต้องมีสัมผัสเกี่ยวข้องกันระหว่างท้ายบทกับต้นบทตั้งแต่ต้นจนจบ คือต้องให้คำสุดท้ายของบทหน้าสัมผัสกับคำที่ ๑ , คำที่ ๒ หรือคำที่ ๓ วรรคต้นของบทต่อ ๆ ไป ยกเว้นไว้แต่บทไหว้ครู ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นจะต้องสัมผัสกับบทอื่นก็ได้

ลิลิตมี ๒ ชนิด คือ
ลิลิตสุภาพ คือลิลิตที่ใช้ร่ายสุภาพ ร่ายโบราณ และโคลงสุภาพ หรือใช่ร่ายสุภาพ และโคลงสุภาพ สลับระคนกันอยู่ในเรื่องเดียวกัน เช่นตัวอย่างใน ลิลิตพระลอ , ลิลิตตะเลงพ่าย และ ลิลิตนิทราชาคริต
ลิลิตดั้น คือลิลิตที่ใช้ร่ายดั้น และโคลงดั้นสลับระคนอยู่ในเรื่องเดียวกัน เช่น ตัวอย่างใน ลิลิตยวนพ่าย

         ร่ายและโคลงที่ใช้ในลิลิตนั้น มีลักษณะเหมือนที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น เป็นแต่เพิ่มสัมผัสใน ระหว่างบทให้เกี่ยวข้องติดต่อกันตั้งแต่ต้นจนจบ คือให้คำสุดท้ายของบทสัมผัสกับคำที่ ๑ , คำที่ ๒ หรือ คำที่ ๓ วรรคต้นของบทต่อ ๆ ไป

ตอนขึ้นต้นที่เป็นคำนำหรือบทไหว้ครู กับบทสุดท้ายที่จะจบเรื่องควรแต่งเป็นร่าย ส่วนในระหว่างท้องเรื่องใช้โคลงกับร่ายสลับกัน ลักษณะเช่นนี้ถือว่าเป็นแบบลิลิตที่ถูกต้อง แต่บางทีในตอนจบ ท่านแต่งเป็นโคลงก็มี
โคลงนั้นใช้โคลง ๒ สุภาพ , โคลง ๓ สุภาพ หรือโคลง ๔ สุภาพ สุดแต่จะเห็นว่าเหมาะสมว่าตอนไหนควรจะใช้โคลงชนิดอะไร
ถ้าแต่งเป็นลิลิตสุภาพ ต้องใช้ร่ายสุภาพ หรือร่ายโบราณขึ้นต้น แล้วต่อไปใช้โคลงสุภาพกับร่ายสุภาพหรือร่ายโบราณสลับกัน ถ้าแต่งเป็นลิลิตดั้นก็ต้องใช้ร่ายดั้นขึ้นต้นแล้วต่อไปก็ใช้โคลงดั้นกับร่ายดั้นสลับกันไป
ถ้าเป็นโคลง ๔ ดั้น นอกจากใช้สัมผัสเกี่ยวกันระหว่างบทดังกล่าวแล้วแล้ว ยังต้องใช้คำสุดท้ายของโคลงบทต้นสัมผัสกับคำที่ ๓ หรือ คำที่ ๔ หรือคำที่ ๕ บาทที่ ๒ ของบทต่อไป ตามแบบและชนิดของโคลงดั้นอีกด้วย ( ดูแบบสัมผัสของโคลง ๔ ดั้น ) คือใช้โคลงดั้นชนิดไหนก็ต้องใช้สัมผัสตามแบบของโคลงดั้นชนิดนั้น
เพราะการแต่งลิลิตเป็นเรื่องยาว การหาคำสัมผัสจึงเป็นเรื่องยาก ถ้าใช้คำเหมือนกันบ่อยนักก็ไม่ไพเราะ เพราะฉนั้นท่านจึงอนุญาติให้ใช้คำ " อิศ " ประกอบข้างหลังศัพท์อื่นก็ได้ เพื่อให้พยางค์สุดท้ายของศัพท์นั้นมีเสียงเข้าสัมผัสก็ได้ตามที่ต้องการ เช่น

กาย รวมกับ อิศ เท่ากับ กาเยศ
นารี รวมกับ อิศ เท่ากับ นาริศ , นาเรศ
นร รวมกับ อิศ เท่ากับ นริศ , นเรศ
ปิตุ รวมกับ อิศ เท่ากับ ปิตุเรศ
ศัสตรา รวมกับ อิศ เท่ากับ ศัสเตรศ

ตัว " ศ " ที่อยู่ข้างหลังคำนั้น เรียกชื่อว่า " ศ เข้าลิลิต "

ตัวอย่างลิลิต

( ร่าย )
ศรีศรีสยามรัฐ นพมขัตติยะเถลิง เกียรติดำเกิงก่องไกร ไพศาลศักดิ์สุดหล้า ราษฎร์ขายค้าแข่งทวี เรือกไร่มีมากผล เกษตรชลชุ่มนอง
กองข้าวคู่ภูเขา ลำเนาดงดื่นพฤกษ์ ถนนคึกคักยาน ท้องธาราเพียบนาวา มรรคาดั่งอาคาร สถานศึกษาสะพรั่ง ทรัพย์หลั่งสู่กระทรวง
งานหลวงรุ่งวัฒนา ราษฎรปราโมทย์สุขุม ทุกเหล่าชาวชีสงฆ์ ดำรงสัตย์ศลีธรรม กอบกรรมกอบกุศล ผลเพื่อสมภารเจ้า ครองพสกปกเกล้า
ผ่านพ้นภัยเข็ญ

( โคลง ๔ สุภาพ )
       เย็นพระคุณอุ่นเกล้า กลบภัย
พูนสุขเกษมใส สดขึ้น
บรรดาประชาไทย ทวีสวัสดิ์
ถวัลย์วิวัฒน์ฟ่องฟื้น ไฝ่ข้างทางธรรม

( โคลง ๒ )
       รักราษฎร์นำราษฎร์น้อม จิตราษฎร์ร่วมสุขพร้อม
พรั่งด้วยกรุณา  
       ปรีชาปรากฎพร้อม ต่างชาติต่างนบน้อม
มอบด้วยไมตรี จิตนา
  ฯลฯ
กลับหน้าแรก
Copyright © 2003 Sriwittayapaknam School :: All rights Reserved